“เฮียมู”ออกมาบอก’แฟนผี’ช่วยกันส่งเสียงเชียร์ขยี้’หงส์’


 มูรินโญ่กระตุ้นแฟนบอลให้ช่วยกันส่งเสียงเชียร์เพื่อทีม

ในเกมแดงเดือดที่จะพบลิเวอร์พูลสุดสัปดาห์นี้ แมนฯ ยูไนได้แรงเชียร์จากแฟนๆในเกมที่ไปเยือนคริสตัล พาเลซและพลิกจากการตามหลังสองประตูกลับมาเฉือนชนะ 3-2 ช่วยพาให้ทีมเบียดลิเวอร์พูลกลับมาคืนตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง มูรินโญ่จะพยายามพาแมนฯ ยูไนเต็ดคว้าชัยชนะเหนือลิเวอร์พูลเป็นหนแรก นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม หลังทำได้เพียงแค่เสมอมา 3 นัดจากที่เจอกันก่อนหน้านี้

มูรินโญ่กล่าว

“พวกเขาช่วยได้ โอลด์ แทรฟฟอร์ดมีแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดเข้ามาดูเป็นส่วนมาก ดังนั้นพวกเขาช่วยได้”

“ในเกมเจอกับคริสตัล พาเลซ ผมจินตนาการว่าหากเราตามหลัง 2-0 โดยมีแฟนบอลตามมาเยือน เราอาจรู้สึกได้ถึงการไม่เห็นด้วย, เสียงวิจารณ์หรือกำลังใจ เราตามหลังสองลูกและก็มีแต่แรงสนับสนุนที่มอบให้เรา พอไล่มาเป็น 2-1 เราก็รู้สึกได้ถึงความเชื่อที่เพิ่มขึ้นและพอเสมอ 2-2 แล้วเรารู้สึกได้ว่าพวกเขาอยากให้เราคว้าชัย”

ถึงแม้แฟนบอลหลายคนมองเกมพบกับลิเวอร์พูลเป็นเกมใหญ่ที่สุดของฤดูกาล

มูรินโญ่ก็มองต่างไปหลังจากที่พ้นเกมนี้แล้วพวกเขาจะยังมีศึกแชมเปี้ยนส์ลีกพบกับเซบีญ่ารออยู่ รวมถึงเกมเอฟเอ คัพที่จะเจอกับไบรจ์ตันอีกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการมีอันดับเหนือลิเวอร์พูลในการลุ้นท็อปโฟร์ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเป็นคู่อริมากเกินไป

“ในความคิดผมแล้วทุกๆเกมเหมือนกัน ผมไม่ได้เก่งในเรื่องวัฒนธรรมของ ‘อริคู่นี้เป็นเกมนัดพิเศษ เกมนั้นคือเกมพิศษ’ ผมไม่เก่งกับเรื่องนี้เลย”

“ผมไม่เคยมองว่าเอซี มิลานเป็นคู่ปรับใหญ่ที่สุดหรือมองแอตเลติโก้ มาดริดเป็นศัตรู ผมไม่เคยมองสเปอร์สหรืออาร์เซน่อลเป็นคู่ปรับตัวเอ้ สำหรับผมแล้วมันเป็นแค่บิ๊กแมตซ์ระหว่างสองสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงแค่ในอังกฤษแต่เป็นระดับโลก”

“ในตอนนี้ เป็นแต้มสำคัญสำหรับท็อปโฟร์, สำคัญสำหรับรองจ่าฝูง… แต่ผมยังไม่มองบางเกมว่าเป็นคู่แข่งที่พิเศษ มันเป็นเกมที่ใหญ่เพราะเราพูดถึงสองสโมสรที่ยิ่งใหญ่”

“บอกตามตรงนะ ผมไม่คิดงั้น เรามีสามเกมรออยู่ ลิเวอร์พูล, เซบีญ่า, ไบรจ์ตัน ถ้าคุณถามว่าผมเลือกเกมสำคัญที่สุดได้มั้ยผมเลือกไม่ได้หรอก ดังนั้นสำหรับผมแล้วนัดสำคัญสุดคือเกมพบลิเวอร์พูลแต่นั่นเพราะมันเป็นเกมถัดไป”

“แต่อีกสองนัดคือเกมที่ตกรอบได้ ซึ่งหมายถึงเราจะได้เข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศหรือไม่, หมายความว่าเราจะได้เข้าถึงรอบรองที่เวมบลีย์หรือไม่ได้”

 

แหล่งข้อมูล : soccersuck